
เปิดสาระสำคัญร่างกฎหมายโอนงบประมาณแสนล้าน ดึงเงินซื้ออาวุธและดูงานของสภาสู้โควิด
แม้ตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิด19ในประเทศไทยจะลดลงต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ใหม่ที่กำลังเผชิญคงหนีไม่พ้นปัญหาเศรษฐกิจที่รัฐบาลต้องเร่งอัดฉีดเม็ดเงินลงมาสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อช่วยประชาชน ทั้งในส่วนของการกู้เงินและการโอนงประมาณของหน่วยงานภาครัฐ
โดยเฉพาะในกรณีของการโอนงบประมาณนั้นคณะรัฐมนตรีกำหนดเป้าหมายให้หน่วยรับงบประมาณเสนอวงเงินไม่น้อยกว่า 10% ของวงเงินคงเหลือที่ไม่มีข้อผูกพัน เพื่อนำไปจัดทำร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายพ.ศ.... ในการเป็นงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
ทั้งนี้ ในขั้นตอนของกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่ดำเนินการโดยสำนักงบประมาณนั้นได้อธิบายถึงหลักการและเหตุของร่างกฎหมายฉบับนี้ว่า เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ขยายวงกว้างและครอบคลุมพื้นที่ทุกภาคของประเทศ และมีแนวโน้มว่าจะมีระยะเวลาต่ออเนื่องยาวนานต่อไป ส่งผลให้งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 งบกลาง รายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น ที่ตั้งไว้จํานวน 96,000 ล้านบาท มีไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งอาจมีเหตุฉุกเฉินจําเป็นอื่น เช่น สาธารณภัยต่าง ๆ ในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จึงมีความจําเป็นต้องโอนงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณต่าง ๆบางรายการที่ได้รับจัดสรรตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
- ด่วน!!! "ศบค."ต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน"อีก1เดือน
- พปชร.ร้าว 'บิ๊กป้อม'เล็งยึดพรรค!
- เช็คสถานะรับเงิน 5 พัน ผ่าน "เราไม่ทิ้งกัน.com" วันนี้ อีก 1.5 ล้านราย
ประกอบด้วยงบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณยังมิได้เบิกจ่ายเงินจากคลัง และงบประมาณในลักษณะเงินอุดหนุนเพื่อเป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือเป็นรายได้ของหน่วยรับงบประมาณบางประเภทที่หน่วยรับงบประมาณได้เบิกจ่ายเงินจากคลังแล้วทั้งจํานวนและบางส่วน ไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหา ช่วยเหลือเยียวยา และบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดและปัญหาภัยพิบัติภัยแล้ง อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 รวมทั้งกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือจําเป็นอื่น
สำหรับงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณพ.ศ. 2563 ของหน่วยรับงบประมาณที่ได้มีการโอนงบประมาณ จํานวน 100,395 ล้านบาท จําแนกตามงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ (Function) งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ (Agenda) งบประมาณรายจ่ายสําหรับทุนหมุนเวียน และงบประมาณรายจ่ายเพื่อการชําระหนี้ภาครัฐ ดังนี้
1.งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ (Function)จำนวน 46,923 บาท จำนวน 29 หน่วยงาน โดย 5 หน่วยงานที่โอนงบประมาณมากที่สุด ได้แก่ 1.กระทรวงกลาโหม 17,760 ล้านบาท 2.กระทรวงมหาดไทย 4,924 ล้านบาท 3.กระทรวงศึกษาธิการ 4,792 ล้านบาท 4.กระทรวงคมนาคม 3,453 ล้านบาท 5.จังหวัดและกลุ่มจังหวัด 2,537 ล้านบาท
ทั้งนี้หน่วยงานหนึ่งที่มีรายการโอนงบประมาณที่น่าสนใจ คือ หน่วยงานรัฐสภา จำนวน 432 ล้านบาท แบ่งเป็น สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จำนวน 93 ล้านบาท แยกย่อยลงเป็น ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประชุมทวิภาคีและไปเยือนต่างประเทศของคณะกรรมาธิการ จำนวน 67.5 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประชุมนานาชาติไปเยือนและรับรองแขกต่างประเทศ จำนวน 24.8 ล้านบาท และ ค่าใช้จ่ายในการแลกเปลี่ยนข้าราชการสำนักงานวุฒิสภาไทยกับต่างประเทศ จำนวน 1 ล้านบาท สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 336 ล้านบาท
เช่นเดียวกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โอนงบประมาณจำนวน 657 ล้านบาท เช่น โครงการจัดหาอาวุธปืนพกกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. สำหรับข้าราชการตำรวจสายงานป้องกันและปราบปรามและสายงานสืบสวน จำนวน 48 ล้านบาท โครงการจัดหากล้องเล็งจุดแดงสาหรับติดอาวุธปืนเล็กสั้นขนาด5.56 มม.จำนวน 11 ล้านบาท เป็นต้น
2.งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ (Agenda) จํานวน 14,236.8011 ล้านบาท เช่น แผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 724 ล้านบาท แผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 1,210 ล้านบาท แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 483 ล้านบาท 3.งบประมาณรายจ่ายสําหรับทุนหมุนเวียน จํานวน 2,622 ล้านบาท เช่น กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 200 ล้านบาท กองทุนยุติธรรม 5 ล้านบาท สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สําหรับกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นในส่วนของค่าบริการทางการแพทย์สาหรับผู้มีสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
4.งบประมาณรายจ่ายเพื่อการชําระหนี้ภาครัฐ จํานวน 36,612 ล้านบาท ประกอบด้วย รายจ่ายชําระคืนต้นเงินกู้ จํานวน 35,693 ล้านบาท และรายจ่ายชําระค่าดอกเบี้ยเงินกู้ จํานวน 919 ล้านบาท

No comments:
Post a Comment